ข่าว ภาค ใต้ ล่าสุด

ข่าว ภาค ใต้

ข่าว ภาค ใต้ ล่าสุด

ข่าว ภาค ใต้ ล่าสุด – สมช. ขยาย “พรก.ฉุกเฉิน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้” อีก 3 เดือนหวังใช้เป็นเครื่องมือของรัฐ ในการรักษาความสงบเรียบร้อย ดูแลความปลอดภัยทรัพย์สินประชาชน พล.อ. วัลลภ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สม.ช.) เปิดเผยผลการประชุมคณะกรรมการบริหารสถานการณ์ฉุกเฉิน ครั้งที่ 4/2561 ที่มี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีเป็นประธานว่า ที่ประชุมได้มีมติให้ขยายระยะเวลาการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ออกไปอีก 3 เดือน ตั้งแต่วันที่ 20 ธค. 2561 – 19 มีนาคม 2562 เพื่อใช้เป็นเครื่องมือของรัฐ ในการรักษาความสงบเรียบร้อย ดูแลความปลอดภัยชีวิตทรัพย์สินประชาชน ในทุกอำเภอ ของพื้นที่ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ยกเว้น อ.แม่ลาย จ.ปัตตานี อ.เบตง จ.ยะลา และอ.สุไงกโก-ลก จ. นราธิวาส ส่วน อ.สุคิริน จ.นราธิวาส ให้ปรับลดพื้นที่ออกจากพื้นที่ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง และให้นำมาตราการตาม พรบ.การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร มาบังคับใช้แทน เนื่องจากประเมินตามตัวชี้วัดของแผนการและขั้นตอนการปรับลดพื้นที่แล้ว ซึ่งเป็นการสะท้อนว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับการดูแลความมั่นคงและประโยชน์ต่อภาพลักษณ์ของประเทศ รวมถึงส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจแฃะชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนควบคู่กัน และนำเสนอ ครม.พิจารณาต่อไป

ข่าวภาคใต้เรื่อง โลกโซเชียลแห่แชร์ ภาพท้องฟ้าสีแดงในพื้นที่หลายจังหวัด ของภาคใต้ หลังพายุปาบึกจะพัดผ่านในช่วงนี้ ได้มีการเผยแพร่ภาพปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ ท้องฟ้าในหลายจังหวัดของภาคใต้ได้เปลี่ยนสีกลายเป็นสีแดงฉาน หลังจากช่วงนี้ได้มีพายุปาบึกพัดถล่ม  โดยเฉพาะ อ.ละแม-อ.หลังสวน จ.ชุมพร, อ.สิเกา ตรัง, อ.ท่าชนะ สุราษฏร์ฯ และ นครศรีฯ รวมถึงบางส่วนใน จังหวัดระนอง โดยภาพท้องฟ้ากลายเป็นสีแดงดังกล่าวชาวบ้านเผยว่า เป็นสัญญาณเตือนว่าจะเกิดพายุตามที่กรมอุตุนิยมวิทยาได้มีประกาศไว้ก่อนหน้านี้นั่นเอง  ทั้งนี้เมื่อภาพดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไปทำให้มีคนเข้าไปแสดงความเห็นจำนวนมาก โดยส่วนใหญ่เผยว่าเป็นภาพที่สวยงามแต่แฝงไปด้วยความน่ากลัว ขณะที่บางส่วนก็ขอเป็นกำลังใจให้พี่น้องชาวภาคใต้ผ่านเหตุการณ์นี้ไปด้วยดี สำหรับพายุโซนร้อน “ปาบึก” (PABUK) ก่อเกิดที่บริเวณทะเลจีนใต้ตอนล่าง โดยมีศูนย์กลางอยู่ที่ละติจูด 6.1 องศาเหนือ ลองจิจูด 108.7 องศาตะวันออก ความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 65 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พายุนี้กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกด้วยความเร็ว 10 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทั้งนี้มีการคาดการว่าจะเคลื่อนผ่านปลายแหลมญวน และเคลื่อนลงอ่าวไทยในช่วงวันที่ 2-3 มกราคม 2562 โดยจะมีผลกระทบต่อภาคใต้ในช่วงวันที่ 3-5 มกราคม 2562 ทำให้บริเวณดังกล่าวมีฝนเพิ่มมากขึ้นและมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง โดยมีผลกระทบดังนี้ ในช่วงวันที่ 3-4 มกราคม 2562 จะมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งบริเวณจังหวัดสุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส กระบี่ ตรัง และสตูล ในช่วงวันที่ 4-5 มกราคม 2562 จะมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งบริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล ดังนั้นขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากไว้ด้วย

นายกฯ ออกประกาศ 5 อำเภอใน จ.สงขลา และ จ.ปัตตานี เป็นพื้นที่ปรากฏเหตุการณ์อันกระทบต่อความมั่นคงภายในราชอาณาจักร มีผลบังคับใช้ 1 ปี เผยแพร่ประกาศ เรื่อง พื้นที่ปรากฏเหตุการณ์อันกระทบต่อความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ประกาศให้ 5 อำเภอ ในจังหวัดสงขลาและปัตตานี ได้แก่ อําเภอแม่ลาน จังหวัดปัตตานี และอําเภอจะนะ อําเภอนาทวี อําเภอเทพา และอําเภอสะบ้าย้อย จังหวัดสงขลา เป็นพื้นที่ปรากฏเหตุการณ์อันกระทบต่อความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ทั้งนี้ ให้ กองอํานวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) หรือหน่วยงานภายในที่ได้รับมอบหมาย เป็นผู้รับผิดชอบในการป้องกัน ปราบปราม ยับยั้ง แก้ไข บรรเทาเหตุการณ์ที่กระทบต่อความมั่นคง โดยให้มีผลบังคับใช้ระหว่างวันที่ 1 ธันวาคม 2560 ถึงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2561 โดยระบุว่า “ด้วยสถานการณ์ในเขตพื้นที่อําเภอแม่ลาน จังหวัดปัตตานี และอําเภอจะนะ อําเภอนาทวี อําเภอเทพา และอําเภอสะบ้าย้อย จังหวัดสงขลา ยังคงปรากฏเหตุการณ์อันกระทบต่อความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ซึ่งปรากฏเห็นชัดในรูปแบบของเหตุการณ์รุนแรง ทั้งนี้ ห้วงเวลาที่ผ่านมาได้มีการประกาศให้พื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ปรากฏเหตุการณ์อันกระทบต่อความมั่นคงภายในราชอาณาจักร เป็นผลให้เจ้าหน้าที่ของรัฐสามารถแก้ไขและควบคุมสถานการณ์ไว้ได้ระดับหนึ่ง ดังนั้น เพื่อให้เกิดความต่อเนื่องในการปฏิบัติงาน รวมทั้งการบริหารจัดการรักษาความสงบและความปลอดภัยให้มีเอกภาพและเกิดประสิทธิภาพอย่างสูงสุด จึงมีความจําเป็นอย่างยิ่งที่ยังคงต้องกําหนดมาตรการป้องกันไว้เช่นเดิม เพื่อมิให้สถานการณ์ขยายตัวลุกลาม หรือหากเกิดเหตุการณ์รุนแรงขึ้น เจ้าหน้าที่ของรัฐสามารถแก้ไขปัญหาให้ยุติโดยเร็วโดยไม่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงภายในราชอาณาจักร อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 15 แห่งพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ. 2551 คณะรัฐมนตรีจึงมมติเมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560 ดังต่อไปนี้

1. ให้เขตพื้นที่อําเภอแม่ลาน จังหวัดปัตตานี และอําเภอจะนะ อําเภอนาทวี อําเภอเทพา และอําเภอสะบ้าย้อย จังหวัดสงขลา เป็นพื้นที่ปรากฏเหตุการณ์อันกระทบต่อความมั่นคงภายในราชอาณาจักร

2. ให้กองอํานวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร หรือหน่วยงานภายในที่กองอํานวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักรมอบหมายให้เป็นศูนย์อํานวยการ เป็นผู้รับผิดชอบในการป้องกัน ปราบปราม ระงับ ยับยั้ง และแก้ไขหรือบรรเทาเหตุการณ์อันกระทบต่อความมั่นคงภายในราชอาณาจักร และจัดทําแผนการดําเนินการในการบูรณาการ การกํากับ ติดตาม และเร่งรัดหน่วยงานของรัฐและเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เกี่ยวข้อง ให้ดําเนินการให้เป็นไปตามแผนที่กําหนด

3. เพื่อให้เกิดความต่อเนื่องในการปฏิบัติ การป้องกัน ปราบปราม ระงับ ยับยั้ง และแก้ไขหรือบรรเทาเหตุการณ์ที่กระทบต่อความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ให้บรรดาประกาศ คําสั่ง หรือการดําเนินการใดที่กองอํานวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักรกําหนดขึ้น หรือการปฏิบัติการใดของศูนย์อํานวยการ หน่วยงาน

พนักงานเจ้าหน้าที่หรือผู้ใดที่ได้รับมอบหมายจากกองอํานวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ตามประกาศ เรื่อง พื้นที่ปรากฏเหตุการณ์อันกระทบต่อความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ลงวันที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559 ซึ่งมีผลใช้บังคับในเขตพื้นที่อําเภอแม่ลาน จังหวัดปัตตานี และอําเภอจะนะ อําเภอนาทวี อําเภอเทพา และอําเภอสะบ้าย้อย จังหวัดสงขลา ยังคงมีผลใช้บังคับโดยต่อเนื่อง จนกว่าจะมีการกําหนดเป็นอย่างอื่น

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *